Blog

ก่อนลงแข่ง Hyrox ต้องเตรียมร่างกายอย่างไร?

ก่อนลงแข่ง Hyrox ต้องเตรียมร่างกายอย่างไร?


2 minute read

Listen to article
Audio is generated by AI and may have slight pronunciation nuances.

Table of Contents

การลงแข่ง Hyrox ไม่ใช่แค่การ “ฟิตให้เหนื่อยได้นาน” แต่คือการเตรียมร่างกายให้พร้อมรับทั้งการวิ่ง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความทนทานของหัวใจ การทรงตัว และการฟื้นตัวระหว่างสถานีแข่งขัน เพราะรูปแบบของ Hyrox มีความเฉพาะตัวมากกว่าการวิ่งทั่วไป ผู้เข้าแข่งขันต้องวิ่งสลับกับฐานออกกำลังกายหลายรูปแบบ เช่น SkiErg, Sled Push, Sled Pull, Burpee Broad Jump, Rowing, Farmer’s Carry, Sandbag Lunges และ Wall Balls

สิ่งที่ทำให้ Hyrox ท้าทายคือร่างกายไม่ได้ใช้พลังงานแบบเดียวตลอดการแข่งขัน ช่วงหนึ่งต้องวิ่งให้คุมเพซได้ อีกช่วงต้องออกแรงดัน ลาก ยก แบก หรือย่อเข่าซ้ำ ๆ ดังนั้นการเตรียมร่างกายก่อนลงแข่ง Hyrox จึงควรเริ่มตั้งแต่การวางแผนซ้อม การดูแลกล้ามเนื้อและข้อต่อ การพักผ่อน ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังซ้อมอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่ซ้อมหนักหลายวันต่อสัปดาห์ อาจเริ่มมีอาการปวดตึง เข่าล้า ข้อเท้าตึง หลังตึง หรือกล้ามเนื้อฟื้นตัวช้ากว่าปกติได้

บทความนี้จะพาไปดูว่า ก่อนลงแข่ง Hyrox ต้องเตรียมร่างกายอย่างไรให้พร้อมทั้งแรง อึด คล่องตัว และลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บที่อาจรบกวนวันแข่งขัน

💪 เข้าใจก่อนว่า Hyrox ใช้ร่างกายหนักตรงไหนบ้าง

ก่อนเริ่มซ้อม สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าการลงแข่ง Hyrox ใช้ร่างกายหลายส่วนพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ขา หรือแค่ปอด แต่เป็นการทำงานร่วมกันทั้งระบบ

กล้ามเนื้อขาจะถูกใช้อย่างต่อเนื่องจากการวิ่ง Sled Push, Sled Pull, Sandbag Lunges และ Wall Balls ส่วนแกนกลางลำตัวต้องทำงานหนักเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการแบก การดัน การดึง และการเคลื่อนไหวที่ต้องควบคุมท่าทาง ขณะที่ไหล่ แขน หลัง และแรงจับมือก็มีบทบาทสำคัญใน SkiErg, Rowing และ Farmer’s Carry

ดังนั้น คนที่กำลังเตรียมร่างกายเพื่อลงแข่ง Hyrox ไม่ควรซ้อมแบบแยกส่วนมากเกินไป เช่น วิ่งอย่างเดียว หรือเวทอย่างเดียว แต่ควรฝึกให้ร่างกายคุ้นเคยกับการเปลี่ยนจาก “วิ่ง” ไปเป็น “ออกแรง” และกลับมาวิ่งต่อได้โดยไม่เสียจังหวะมากเกินไป

🏃‍♂️ วางพื้นฐานการวิ่งให้แข็งแรง

แม้ Hyrox จะมีฐานออกกำลังกายหลายประเภท แต่การวิ่งยังเป็นหัวใจหลัก เพราะในสนามจริงผู้เข้าแข่งขันต้องวิ่งรวมหลายกิโลเมตร หากพื้นฐานการวิ่งไม่ดี ต่อให้มีกล้ามเนื้อแข็งแรง ก็อาจหมดแรงก่อนถึงครึ่งทางได้

การซ้อมวิ่งสำหรับ Hyrox ควรมีทั้งการวิ่งเบาเพื่อสร้างความอึด การวิ่งแบบอินเทอร์วัล (Interval) สลับความเร็วในการวิ่งเพื่อพัฒนาความเร็ว และการวิ่งหลังออกแรงเพื่อจำลองความรู้สึกในวันแข่ง ตัวอย่างเช่น วิ่ง 1 กิโลเมตร แล้วต่อด้วย Burpee หรือ Lunges จากนั้นกลับมาวิ่งต่อ วิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายคุ้นกับการวิ่งในสภาพที่ขาเริ่มล้า

แนวทางที่เหมาะสมคือค่อย ๆ เพิ่มระยะและความหนัก ไม่ควรเพิ่มทุกอย่างพร้อมกันภายในสัปดาห์เดียว เพราะอาจทำให้เข่า ข้อเท้า หน้าแข้ง หรือสะโพกรับภาระมากเกินไป โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้มีพื้นฐานวิ่งมาก่อน ควรเริ่มจากการคุมเพซให้สม่ำเสมอก่อน แล้วค่อยเพิ่มความเร็วเมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้ดี

🏋️‍♀️ ฝึก Strength ให้รองรับทุกสถานี

Hyrox ต้องใช้กล้ามเนื้อแบบ “Functional Strength” หรือก็คือแข็งแรงแบบใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ยกน้ำหนักได้หนัก แต่ต้องยก ดัน ลาก แบก และเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ท่าที่ควรมีในโปรแกรมเตรียมร่างกาย เช่น

  • Squat เพื่อเสริมกำลังต้นขา สะโพก และแกนกลางลำตัว
  • Deadlift หรือ Hip Hinge เพื่อฝึกหลัง สะโพก และกล้ามเนื้อหลังขา
  • Lunges เพื่อเตรียมขาสำหรับ Sandbag Lunges
  • Push และ Pull Movement เพื่อรองรับ Sled Push และ Sled Pull
  • Farmer’s Carry เพื่อฝึกแรงจับมือ ไหล่ หลัง และ Core
  • Wall Ball หรือ Thruster เพื่อฝึกการใช้ขาและไหล่ร่วมกัน

สิ่งสำคัญคือควรเน้นท่าที่ถูกต้องมากกว่าน้ำหนักที่มากเกินไป เพราะ Hyrox เป็นการแข่งขันที่ต้องทำซ้ำต่อเนื่อง หากฟอร์มเสียตั้งแต่ช่วงต้น ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้นและเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น

🔥 ซ้อมแบบ Hybrid ให้เหมือนสนามจริง

การเตรียมร่างกายสำหรับลงแข่ง Hyrox ควรมีวันซ้อมแบบ Hybrid Training หรือการผสมผสานระหว่างการวิ่งกับเวทเทรนนิ่งในเซสชันเดียวกัน เพราะสนามจริงไม่ได้ให้เวลาร่างกายพักเต็มที่หลังจบแต่ละฐาน

ตัวอย่างเซสชันซ้อมแบบง่าย ๆ คือ

  • วิ่ง 800 เมตร

ต่อด้วย Farmer’s Carry 100 เมตร

  • วิ่ง 800 เมตร

ต่อด้วย Wall Ball 30 ครั้ง

  • วิ่ง 800 เมตร

ต่อด้วย Sandbag Lunges 40 เมตร

การซ้อมลักษณะนี้ช่วยให้ร่างกายเรียนรู้การเปลี่ยนจังหวะจากหัวใจเต้นแรงไปสู่การออกแรงกล้ามเนื้อ และกลับมาวิ่งต่อได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรทำทุกวัน เพราะเป็นการซ้อมที่ใช้พลังงานสูง ควรมีวันพักหรือวันซ้อมเบาคั่น เพื่อให้กล้ามเนื้อและข้อต่อมีเวลาฟื้นตัว

รูปภาพคนกำลังฝึกซ้อมก่อนลงแข่ง Hyrox จริง

🧘‍♂️ อย่ามองข้าม Mobility และการเคลื่อนไหวของข้อต่อ

หลายคนซ้อมหนักแต่ลืมเรื่อง Mobility (ความสามารถในการเคลื่อนไหว) ทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มช่วง เช่น ย่อเข่าไม่ลึก หลังตึง สะโพกติด ข้อเท้าฝืด หรือไหล่ยกไม่สุด ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้การลงแข่ง Hyrox ใช้พลังงานมากกว่าที่ควร และยังเพิ่มโอกาสเกิดอาการปวดหลัง ปวดเข่า หรือปวดสะโพกหลังซ้อมเสร็จได้

ก่อนซ้อม ควรมี Dynamic Warm-up เช่น Leg Swing, Hip Opener, Arm Circle, Squat to Stand หรือ Lunge with Rotation เพื่อปลุกระบบประสาทและเตรียมข้อต่อให้พร้อม ส่วนหลังซ้อมควรใช้เวลาให้ร่างกายผ่อนคลายและยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ โดยเฉพาะสะโพก ต้นขาด้านหน้า ต้นขาด้านหลัง น่อง หลัง และไหล่

สำหรับผู้ที่มีอาการข้อติดขัดหรือเคลื่อนไหวไม่คล่อง การดูแลด้วยการนวดคลายกล้ามเนื้อ การใช้ Foam Roller และการดูแลบริเวณที่ปวดตึงอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้การซ้อมต่อเนื่องได้ดีขึ้น

🥗 โภชนาการต้องพร้อมก่อนถึงวันแข่ง

การซ้อม Hyrox ใช้พลังงานสูงมาก ร่างกายจึงต้องการสารอาหารที่เพียงพอ โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรต โปรตีน น้ำ และเกลือแร่ หากกินไม่พอ อาจทำให้ซ้อมไม่ไหว ฟื้นตัวช้า หรือรู้สึกหมดแรงระหว่างวัน

ก่อนซ้อมควรกินอาหารที่ย่อยง่ายและให้พลังงาน เช่น ข้าว กล้วย ขนมปัง โยเกิร์ต หรืออาหารที่ร่างกายคุ้นเคย หลังซ้อมควรเติมโปรตีนเพื่อช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และเติมคาร์โบไฮเดรตเพื่อชดเชยพลังงานที่ใช้ไป

ในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนแข่ง ไม่ควรทดลองอาหารเสริม อาหารใหม่ ๆ หรือเครื่องดื่มที่ไม่เคยกินมาก่อน เพราะอาจทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนในวันแข่งได้ ควรใช้สิ่งที่ร่างกายคุ้นเคยและมั่นใจว่าไม่ทำให้เกิดปัญหา

😴 พักให้เป็น เพราะการฟื้นตัวคือส่วนหนึ่งของการซ้อม

หลายคนคิดว่าการเตรียมร่างกายคือการซ้อมให้หนักที่สุด แต่ความจริงแล้วร่างกายจะแข็งแรงขึ้นในช่วงพัก ไม่ใช่ช่วงที่กำลังซ้อม หากซ้อมหนักต่อเนื่องโดยไม่พัก อาจเกิดอาการล้าเรื้อรัง นอนไม่หลับ กล้ามเนื้อตึงง่าย เจ็บเข่า เจ็บข้อเท้า หรือประสิทธิภาพตกลงได้

ควรมีวันพักอย่างน้อย 1-2 วันต่อสัปดาห์ หรือใช้เป็นวัน Active Recovery (พักผ่อนแบบมีการเคลื่อนไหว) เช่น เดินเบา ๆ ปั่นจักรยานเบา ๆ ยืดเหยียด หรือว่ายน้ำ เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นโดยไม่เพิ่มภาระให้ข้อต่อมากเกินไป

สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่ ปวดจุดเดิมซ้ำ ๆ อ่อนเพลียผิดปกติ หัวใจเต้นสูงกว่าปกติขณะซ้อมเบา นอนไม่ดี หรือรู้สึกไม่อยากซ้อมต่อเนื่องหลายวัน หากมีอาการเหล่านี้ ควรลดความหนักในการซ้อมและให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ก่อนที่จะเริ่มซ้อมครั้งต่อไป

🦵 ดูแลกล้ามเนื้อและข้อต่อก่อนลงแข่ง Hyrox

การลงแข่ง Hyrox ใช้เข่า ข้อเท้า สะโพก หลัง ไหล่ และข้อมือค่อนข้างมาก โดยเฉพาะคนที่ซ้อม Sled Push, Lunges, Wall Balls หรือวิ่งบนพื้นแข็งเป็นประจำ การดูแลข้อต่อจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนเตรียมร่างกาย ไม่ใช่รอให้เจ็บก่อนแล้วค่อยดูแล

แนวทางดูแลที่ทำได้ง่าย ได้แก่

  • วอร์มอัปให้เพียงพอก่อนซ้อมทุกครั้ง
  • เพิ่มความหนักของการซ้อมทีละขั้น
  • เลือกรองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งและการดันลาก
  • ฝึกกล้ามเนื้อรอบเข่า สะโพก และข้อเท้าให้แข็งแรง
  • ยืดและคลายกล้ามเนื้อหลังซ้อม
  • นวดบริเวณที่ปวดตึงหรือเคลื่อนไหวไม่คล่อง
  • นอนหลับให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง

ถ้ามีอาการปวดแหลม ปวดบวม หรือปวดจนลงน้ำหนักไม่ได้ ควรหยุดซ้อมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรฝืนลงแข่ง เพราะอาจทำให้อาการบาดเจ็บรุนแรงกว่าเดิม

🗓️ ก่อนวันแข่งควรทำอะไรบ้าง

ช่วง 7 วันก่อนลงแข่ง Hyrox ไม่ใช่เวลาสำหรับการซ้อมหนักเพื่อเร่งฟิตแล้ว แต่ควรเป็นช่วงลดความหนักลง เพื่อให้ร่างกายมีความพร้อมที่สุดในวันแข่งขันจริง

สิ่งที่ควรทำก่อนวันแข่ง ได้แก่

  • ลดปริมาณการซ้อม แต่ยังขยับร่างกายให้คุ้นจังหวะ
  • ซ้อมท่าหลักเบา ๆ เพื่อรักษาความมั่นใจ
  • เตรียมรองเท้า ถุงมือ เสื้อผ้า และอุปกรณ์ให้พร้อม
  • กินอาหารที่คุ้นเคย ไม่ทดลองของใหม่
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • นอนให้ดีอย่างน้อย 2-3 คืนก่อนแข่ง
  • วางแผนเพซและจังหวะในแต่ละสถานีล่วงหน้า

ในวันแข่ง ควรเริ่มด้วยเพซที่ควบคุมได้ อย่าเร่งตั้งแต่ต้นจนหัวใจพุ่งเร็วเกินไป เพราะ Hyrox เป็นการแข่งขันที่ต้องใช้ความทนทานจนถึงฐานสุดท้าย การแบ่งแรงให้ดีจะช่วยให้จบการแข่งขันได้ง่ายกว่า

 สรุป

ก่อนลงแข่ง Hyrox ต้องเตรียมร่างกายให้ครบทั้งการวิ่ง ความแข็งแรง ความทนทาน Mobility การพักผ่อน และการดูแลกล้ามเนื้อกับข้อต่อ เพราะ Hyrox เป็นการแข่งขันที่ทดสอบร่างกายหลายระบบพร้อมกัน คนที่พร้อมที่สุดจึงไม่ใช่คนที่ซ้อมหนักที่สุดเสมอไป แต่คือคนที่ซ้อมอย่างมีแผน รู้จักพัก รู้จักดูแลร่างกาย และเข้าใจจังหวะของตัวเอง

หากกำลังเตรียมร่างกายเพื่อลงแข่ง Hyrox ควรวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อยหลายสัปดาห์ ฝึกทั้งวิ่งและ Strength Training ควบคู่กัน พร้อมดูแลจุดที่รับแรงมากเป็นพิเศษ เช่น เข่า ข้อเท้า สะโพก หลัง และไหล่ เพราะความพร้อมของข้อต่อและกล้ามเนื้อมีผลต่อทั้งการซ้อมและวันแข่งขันจริง 

💙 แนะนำการดูแลก่อนและหลังซ้อมด้วย Cetilar

สำหรับผู้ที่ซ้อมหนัก เตรียมร่างกายเพื่อลงแข่ง Hyrox หรือออกกำลังกายเป็นประจำ อาการปวดตึง กล้ามเนื้อล้า ข้อติดขัด หรือเคลื่อนไหวไม่คล่อง อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะบริเวณเข่า ข้อเท้า หลัง สะโพก คอ บ่า ไหล่ และบริเวณที่ถูกใช้งานซ้ำ ๆ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจส่งผลต่อคุณภาพการซ้อม ทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มช่วง หรือรู้สึกไม่มั่นใจระหว่างออกแรง

นอกจากการดูแลหลังซ้อมแล้ว ารเตรียมร่างกายก่อนลงซ้อมก็สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะในวันที่ต้องซ้อมท่าที่ใช้ข้อต่อมาก เช่น Sled Push, Sled Pull, Lunges, Wall Balls หรือการวิ่งต่อเนื่อง การดูแลบริเวณข้อต่อและกล้ามเนื้อก่อนเริ่มซ้อม อาจช่วยให้ร่างกายรู้สึกเคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้น ลดความรู้สึกฝืดตึง และช่วยให้วอร์มอัปเข้าสู่การซ้อมได้ดีขึ้น

Cetilar เป็นครีมทาภายนอกนำเข้าจากประเทศอิตาลี ที่มีสาร CFA หรือ Cetylated Fatty Acids ซึ่งเป็นสารที่ใช้ดูแลบริเวณที่มีอาการปวดตึง ข้อติดขัด หรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก เหมาะสำหรับนักกีฬา คนออกกำลังกาย ผู้ที่มีปัญหาเรื่องข้อต่อ หรือผู้ที่ต้องการดูแลกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อหลังใช้งานหนัก

สำหรับช่วงก่อนซ้อม สามารถใช้ Cetilar ทาบริเวณที่ต้องการดูแล เช่น เข่า ข้อเท้า สะโพก หลัง ไหล่ หรือจุดที่รู้สึกตึงเป็นประจำ แล้วนวดเบา ๆ จนเนื้อครีมซึมเข้าสู่ผิว จากนั้นจึงเริ่มวอร์มอัปและขยับร่างกายตามปกติ วิธีนี้จะช่วยเตรียมข้อต่อและกล้ามเนื้อให้พร้อมก่อนการฝึก ช่วยให้การเคลื่อนไหวรู้สึกสบายขึ้น และสนับสนุนให้การซ้อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในวันที่ต้องใช้แรงและความคล่องตัวสูง

ส่วนหลังซ้อม Cetilar สามารถใช้ทาบริเวณที่มีอาการปวดตึงหรือเมื่อยล้า เพื่อช่วยดูแลกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อหลังจากใช้งานหนัก เหมาะกับผู้ที่อยู่ในช่วงเตรียมร่างกายเพื่อลงแข่ง Hyrox หรือมีตารางซ้อมต่อเนื่องหลายวันต่อสัปดาห์

สามารถใช้ Cetilar ทาบริเวณที่มีอาการและนวดจนเนื้อครีมซึม วันละ 2 ครั้ง ตามคำแนะนำบนฉลาก สำหรับคนที่กำลังลงแข่ง Hyrox หรืออยู่ในช่วงซ้อมหนัก Cetilar เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดูแลร่างกายทั้งก่อนและหลังซ้อม เพื่อให้การเคลื่อนไหวรู้สึกสบายขึ้น และช่วยให้การฟื้นตัวในแต่ละวันเป็นไปอย่างต่อเนื่องมากขึ้น ทั้งนี้ควรอ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับก่อนใช้ และหลีกเลี่ยงการใช้บริเวณผิวบอบบางหรือมีแผลอักเสบ

รูปภาพคนกำลังทายาดูแลกล้ามเนื้อ หลังจากซ้อมก่อนลงแข่ง Hyrox

FAQs

1. ก่อนลงแข่ง Hyrox ควรเริ่มเตรียมร่างกายล่วงหน้านานแค่ไหน?

ควรเริ่มเตรียมร่างกายล่วงหน้าอย่างน้อย 8-12 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาปรับตัวทั้งด้านการวิ่ง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความทนทาน และการฟื้นตัว โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่มีพื้นฐานการวิ่งหรือเวทเทรนนิ่งมาก่อน ควรค่อย ๆ เพิ่มความหนักของการซ้อมทีละขั้น เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บ

2. การซ้อม Hyrox ควรเน้นวิ่งหรือเวทเทรนนิ่งมากกว่ากัน?

การลงแข่ง Hyrox ควรซ้อมทั้งการวิ่งและเวทเทรนนิ่งควบคู่กัน เพราะการแข่งขันใช้ทั้งความอึด ความเร็ว และ Functional Strength ผู้เข้าแข่งขันต้องวิ่งสลับกับฐานออกกำลังกายหลายรูปแบบ เช่น Sled Push, Sled Pull, Farmer’s Carry, Sandbag Lunges และ Wall Balls ดังนั้นการซ้อมแบบ Hybrid Training จะช่วยให้ร่างกายคุ้นเคยกับรูปแบบการแข่งขันจริงมากขึ้น

3. มือใหม่สามารถลงแข่ง Hyrox ได้ไหม?

มือใหม่สามารถลงแข่ง Hyrox ได้ หากมีการเตรียมร่างกายอย่างเหมาะสม โดยควรเริ่มจากการสร้างพื้นฐานการวิ่ง ฝึกกล้ามเนื้อหลัก เช่น ขา สะโพก หลัง ไหล่ และแกนกลางลำตัว รวมถึงเรียนรู้ท่าที่ใช้ในแต่ละสถานีให้ถูกต้องก่อนเพิ่มความหนัก ไม่ควรเร่งซ้อมหนักเกินไปในช่วงแรก เพราะอาจทำให้ร่างกายล้าและเสี่ยงบาดเจ็บได้

4. ก่อนวันแข่ง Hyrox ควรซ้อมหนักไหม?

ช่วง 7 วันก่อนลงแข่ง Hyrox ไม่ควรซ้อมหนักเพื่อเร่งฟิตแล้ว แต่ควรลดปริมาณการซ้อมลง เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวและพร้อมที่สุดในวันแข่งขันจริง อาจซ้อมท่าหลักแบบเบา ๆ เพื่อรักษาความมั่นใจ ควบคู่กับการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เหมาะสม และเลือกกินอาหารที่ร่างกายคุ้นเคย

5. หลังซ้อม Hyrox ควรดูแลร่างกายอย่างไร?

หลังซ้อม Hyrox ควรให้ความสำคัญกับการฟื้นตัว เช่น ยืดกล้ามเนื้อเบา ๆ ใช้ Foam Roller นวดคลายกล้ามเนื้อ ดื่มน้ำให้เพียงพอ เติมโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตหลังซ้อม รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ หากมีอาการปวดตึงบริเวณเข่า ข้อเท้า หลัง สะโพก หรือไหล่ อาจใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลกล้ามเนื้อและข้อต่อ เช่น Cetilar ที่มีสาร CFA หรือ Cetylated Fatty Acids ทาบริเวณที่มีอาการตามคำแนะนำบนฉลาก

« Back to Blog

เซทิลาร์

เซทิลาร์ ครีมทานวดกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเข่า นำเข้าจากประเทศอิตาลี

ครีมทานวดบรรเทาปวดนำเข้าจากประเทศอิตาลี

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม:

Line Official Account
ยาทาแก้ปวดเข่า ข้ออักเสบ, ครีมทาแก้ปวด,